เกลียดเสียงเคี้ยวดังแจ๊บๆ เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดดังรัวๆ ฟีลว่าได้ยินทีไรหัวจะปวดทุกที ใครที่มักจะหงุดหงิดรำคาญกับเสียงรอบตัวเหล่านี้ บางทีคุณอาจเข้าข่ายเป็นโรคเกลียดเสียง
• เช็กหน่อย! เราแค่ขี้หงุดหงิดหรือเข้าข่ายโรคเกลียดเสียง •
การได้ยินเสียงดังๆ บางทีก็ชวนให้รู้สึกน่ารำคาญ แต่สำหรับคนที่มีภาวะเกลียดชังเสียงหรือที่เรียกว่า ภาวะมีโซโฟเนีย (misophonia) จะมีอาการไวต่อเสียงแบบเฉพาะจุด คือจะหงุดหงิดกับเสียงที่ดังแบบซ้ำๆ เช่น เสียงเคี้ยว, เสียงหายใจ, เสียงพิมพ์คีย์บอร์ด, เสียงกดปากกา ไปจนถึงเสียงกรอบแกรบของกระดาษ หรือเสียงตัดเล็บ
แล้วความรู้สึกที่เกิดขึ้นเนี่ย ไม่ใช่แค่ความรำคาญธรรมดาๆ แต่จะถึงขั้นโกรธหรือรังเกียจคนที่ทำให้เกิดเสียงนั้น บางทีอาจมีกรีดร้องตะโกนให้อีกฝ่าย “หยุดทำเดี๋ยวนี้” รวมทั้งอาจมีผลกระทบต่อร่างกาย เช่น รู้สึกแน่นหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งหากมีอาการในระดับรุนแรงแบบนี้ อาจส่งผลเรื้อรังที่นำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพจิตได้
• โรคเกลียดเสียง… เกิดจากสาเหตุอะไร •
สำหรับสาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงมีภาวะมีโซโฟเนียหรืออาการเกลียดเสียงได้นั้น เอาจริงก็ยังไม่ได้มีการยืนยันฟันธงแน่ชัด แต่นักวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างอาการเกลียดเสียง… กับกลุ่มโรคย้ำคิดย้ำทำ โรควิตกกังวล และโรคสมาธิสั้น รวมทั้งจากผลการศึกษา fMRI ก็พบว่าความผิดปกตินี้มีความเกี่ยวข้องกับการได้ยิน และสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์นั้นทำงานมากเกินไป ซึ่งพบว่าอาการนี้จะเริ่มเกิดขึ้นเมื่ออายุ 9-13 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่า
ส่วนระดับความรุนแรงของอาการ ขึ้นกับว่าบุคคลนั้นมีเหตุเผชิญกับตัวกระตุ้นบ่อยหรือมากน้อยแค่ไหน โดยผลการศึกษาพบว่าเสียงเคี้ยวหรือกลืน จะกระตุ้นมากถึง 81% รองลงมาคือเสียงหายใจ และเสียงจากนิ้วมือจะกระตุ้นราว 59.5%
เมื่อเสียงคือสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการ เพราะงั้นพาตัวเองออกจากจุดที่มีเสียงกระตุ้น หรือใช้ที่อุดหู เปิดเพลงฟังเพื่อกลบเสียง ก็เป็นวิธีรับมือแบบง่ายๆ แต่นอกจากนั้น การบอกกับคนรอบตัวเกี่ยวกับอาการมีโซโฟเนียที่เราเป็น หรือเรารับการรักษากับนักบำบัด ก็เป็นอีกแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวได้ รวมทั้งหมั่นฝึกทำสมาธิเพื่อลดเครียด ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ซึ่งเทคนิคนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคเกลียดเสียงหรือแค่ขี้รำคาญ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้นะ
อ้างอิงข้อมูล




