ไซยาไนด์… ชื่อนี้แค่ได้ยินก็รับรู้ได้ถึงความอันตราย และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือสิ่งนี้มีอยู่รอบตัวเรา แม้ในอาหารบางชนิด!
• ไซยาไนด์ พบได้ในอาหารเหล่านี้ •
เอาจริงสารพิษไซยาไนด์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่กลับใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคาดคิด อย่างเมล็ดของแอปเปิ้ล, แอปริคอต, พีช, ลูกแพร หรือเชอรี่ ก็พบว่ามีไซยาไนด์อยู่ด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าให้พูดกันตามตรงก็คงไม่มีใครกินเข้าไปหรอกจริงมะ แต่สำหรับชาวตัวตึงคนไหนชอบกินแบบผลไม้ปั่นหรือสกัดสดทั้งลูก พวกแอปเปิ้ลหรือลูกแพร์ที่เมล็ดมีขนาดเล็กมากๆ อันนี้ก็อาจต้องระวังหน่อย รวมไปถึงพวกถั่วอัลมอนด์, มันสำปะหลัง, หน่อไม้, ผักโขม, ผักเคล หรือพืชผักตระกูลกะหล่ำ อย่างกะหล่ำดาวหรือดอกกะหล่ำ ใดๆ เหล่านี้คือต้องกินแบบที่ผ่านการปรุงสุกแล้วเท่านั้น เพราะหากเผลอกินแบบดิบๆ ไป ร่างกายจะเสี่ยงรับสารพิษไซยาไนด์ได้
• ไซยาไนด์ไม่ได้มีแค่ในอาหาร แต่ยังพบได้ในบุหรี่ •
นอกจากอาหาร ผักผลไม้ต่างๆ ยังมีงานวิจัยที่ค้นพบว่า ในบุหรี่เองก็อาจมีสารไซยาไนด์นี้อยู่ด้วย เพราะผลเลือดของคนที่สูบบุหรี่นั้นมีระดับไซยาไนด์สูงกว่าคนที่ไม่สูงถึง 2.5 เท่า หรือแม้แต่ในคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าก็มีการตรวจพบสารไซยาไนด์ในปัสสาวะด้วย รวมไปถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ต่างๆ ก็พบว่าอาจเสี่ยงต่อการสูดดมสารไซยาไนด์เข้าร่างกายได้เหมือนกัน
• ไซยาไนด์ส่งผลต่อร่างกายของเรายังไงบ้าง •
สารพิษตัวร้ายที่ว่านี้ พอเข้าไปในร่างกายจะส่งผลให้เซลล์ไม่สามารถผลิตออกซิเจนได้ เกิดภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ และทำให้มีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ มึนงง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หอบเหนื่อย ก่อนจะเพิ่มระดับความรุนแรง ส่งผลให้เกิดอาการชักและหัวใจหยุดเต้นได้ในที่สุด
แม้ปริมาณไซยาไนด์ในอาหารตามธรรมชาติจะไม่ได้สูงจนอันตรายมากนัก แต่ก็อาจเกิดการสะสมในร่างกายต่อเนื่องได้ หากเผลอรับเข้าไปแบบไม่ทันระวัง เอาจริงสารพิษไซยาไนด์ที่ดูเหมือนจะไกลตัว ก็แอบซ่อนอยู่รอบตัวและวนเวียนในชีวิตประจำวันของเรานี่ล่ะ เพราะงั้นรู้ทันและป้องกันไว้ก็น่าจะดีกว่า
อ้างอิงข้อมูล




