นอกจากความซึ้งน้ำตาซึมเมื่อได้ดูหนัง “หลานม่า” เราก็แอบเกิดความสงสัยว่า… ทำไมอาหารค้างคืนถึงทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งได้ คือไม่ใช่อะไรนะ… แต่นี่กินอาหารค้างคืนอุ่นซ้ำเป็นประจำเลยแม่!!
• ทำไม? กินอาหารค้างคืนอุ่นซ้ำ ถึงเสี่ยงมะเร็ง •
จากข้อมูลของ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ได้อธิบายไว้ว่า… จริงๆ แล้วการที่เรากินอาหารค้างคืน “ไม่ใช่” สาเหตุของการเกิดมะเร็ง แต่!! การเก็บรักษาอาหารค้างคืน และการนำกลับมาอุ่นซ้ำ… ที่ไม่ถูกวิธี นี่ต่างหากล่ะตัวการ เพราะจะทำให้เชื้อแบคทีเรียต่างๆ เจริญเติบโตจนสร้างสารพิษ และมีผลทำลายระบบทางเดินอาหารของเราได้
• เก็บและอุ่นอาหารค้างคืนยังไง… ให้ถูกวิธี •
คุณ Bernice Tan นักโภชนาการของ National University Polyclinics (NUP) เนี่นเค้าบอกไว้ว่า แบคทีเรียนั้นจะเติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 5°C ถึง 60°C เพราะงั้นวิธีที่เราจะลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง ก็คือการเก็บอาหารค้างคืนให้อยู่ในความเย็นที่ไม่ใช่อุณหภูมิดังกล่าว
โดยคุณ Tan ได้แนะนำเกี่ยวกับการเก็บอาหารในตู้เย็นนั้น อย่างแรกเลย… อาหารที่ปรุงสุกแล้ว ไม่ควรวางไว้ในอุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้รีบนำเข้าตู้เย็น และควรแยกการวางอาหารปรุงสุกกับอาหารดิบ โดยอาหารปรุงสุก ถ้าปริมาณเยอะมากๆ ควรแบ่งใส่กล่องขนาดเล็กๆ แบ่งเป็นมื้อๆ ส่วนอาหารดิบควรใส่เป็นถุงซิปล็อก แล้วใช้ให้หมดภายใน 2-3 วัน หรือกรณีซื้อมาเป็นจำนวนเยอะๆ ควรแบ่งใส่ถุงสำหรับนำมาปรุงอาหารแต่ละมื้อ แช่ในช่องฟรีซที่มีอุณหภูมิเย็นจัดมากๆ แล้วค่อยนำออกมาใช้แค่ปริมาณที่ต้องการ ก็จะช่วยป้องกันการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้
นอกจากการเก็บรักษา การอุ่นอาหารค้างคืน… ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญมากๆ โดยเราจะต้องอุ่นด้วยอุณหภูมิความร้อนที่ไม่ต่ำกว่า 75 องศา แล้วต้องอุ่นให้ความร้อนกระจายในอาหารแบบทั่วถึงด้วยนะ ที่สำคัญคือ “อุ่นซ้ำเพียง 1 ครั้งเท่านั้น” เพราะงั้นเพื่อป้องกันการอุ่นแล้วกินไม่หมด ก็อย่างที่เราได้แนะนำไป… คือก่อนนำไปแช่ตู้เย็น อาจจะแบ่งเป็น portion เล็กๆ ฟีลแบบ 1 กล่อง ก็กะปริมาณเท่าที่เรากินต่อมื้อก็พอ
แม้ว่าการกินอาหารค้างคืนที่เก็บและอุ่นไม่ถูกวิธี อาจทำให้เสี่ยงโรคมะเร็งได้ แต่อย่าลืมว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งยังมีอีกเพียบ อย่างภาชนะที่ใช้ในการอุ่น ที่ชาวเราก็มักจะซื้อแบบใส่กล่องพลาสติกแล้วเวฟเลยทั้งแบบนั้น คือต่อให้ระบุว่าเข้าไมโครเวฟได้ก็ใช่ว่าเราจะมั่นใจได้นะ ควรเปลี่ยนมาใช้ภาชนะที่ไม่ใช่พลาสติก แบบนี้น่าจะมั่นใจได้มากกว่าว่าปลอดภัยแบบจริงๆ
อ้างอิงข้อมูล
ขอบคุณภาพประกอบบทความ จาก http://www.gdh559.com




